ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หากสังเกตพฤติกรรมการซื้อขายออนไลน์ จะเห็นได้ชัดไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็เต็มไปด้วยการไลฟ์สดขายสินค้า ทั้งจากแบรนด์ขนาดเล็ก แบรนด์ใหญ่ ไปจนถึงเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่หันมาใช้ Live Commerce เป็นช่องทางสร้างรายได้หลัก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือกระแสไลฟ์สดขายของช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในกรณีของเจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น หรือก่อนหน้านั้นอย่าง พิมรี่พาย ที่สามารถสร้างยอดขายถล่มทลายผ่านการไลฟ์เพียงไม่กี่ชั่วโมง
โดยทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นว่า การไลฟ์สดขายของไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญ ของการค้าออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อไขข้อสงสัยว่า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้การไลฟ์สดขายสินค้ากลายเป็นช่องทางขายหลักของหลายธุรกิจ ในบทความนี้ Something in Common จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จของไลฟ์สดขายของ บนโลกออนไลน์ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

5 เหตุผลที่ Live Commerce เปลี่ยนเกมการตลาดออนไลน์
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น กระแสการไลฟ์สดขายสินค้ายังคงร้อนแรง และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจกำลังมองหาโอกาสใหม่ในการสร้างยอดขาย การไลฟ์สดขายของถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเริ่มหันมาซื้อสินค้าผ่าน Live Commerce มากขึ้นด้วย 5 เหตุผล ดังนี้
อ่านเพิ่มเติม 8 วิธีรีวิวสินค้าให้ขายดี ดึงดูดลูกค้า และเพิ่มยอดขาย
- ความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์กับลูกค้า
การที่ลูกค้าได้เห็นผู้ขายรีวิวสินค้า แกะกล่อง หรือสาธิตการใช้งานแบบสด ๆ ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนได้พูดคุยกับคนจริง ๆ ไม่ใช่แค่ดูโฆษณา ลูกค้าสามารถสอบถาม และรับคำตอบได้ทันที จึงช่วยสร้างความไว้วางใจในการซื้อขาย
- เข้าถึงลูกค้าได้แบบทันที
Live Commerce เปิดโอกาสให้ผู้ขายนำเสนอสินค้า ตอบคำถาม และปิดการขายได้ในเวลาเดียวกัน ลูกค้ารู้สึกเหมือนได้เดินเลือกซื้อสินค้าอยู่หน้าร้านจริง ๆ ลดขั้นตอนการตัดสินใจ และช่วยให้การสั่งซื้อเกิดขึ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ
- กระตุ้นพฤติกรรมทำให้ซื้อ
ในช่วงไลฟ์ผู้ขายมักมีการตั้งโปรโมชั่นเฉพาะช่วง เช่น ส่วนลดจำกัดเวลา ของแถมเฉพาะคนดูไลฟ์ หรือจำนวนสินค้าที่มีจำกัด จะกระตุ้นความรู้สึกกลัวพลาด ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น และช่วยเพิ่มยอดขายในระยะเวลาอันสั้น
- ต้นทุนการตลาดต่ำ แต่เข้าถึงคนจำนวนมาก
การไลฟ์สดขายของ สามารถเริ่มต้นได้โดยไม่ต้องใช้งบโฆษณาสูง เพียงมีสมาร์ตโฟน อินเทอร์เน็ต และคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ก็สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้วงกว้าง อีกทั้งเมื่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียช่วยดันการมองเห็นของไลฟ์สด
- สร้างโอกาสปิดการขาย มากกว่าการขายแบบปกติ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขายสินค้าผ่านไลฟ์สด มีโอกาสปิดการขายได้สูงกว่าการโพสต์ขายสินค้าทั่วไป ที่ลูกค้ามักเลื่อนผ่านไปโดยไม่หยุดดู เพราะการไลฟ์เปิดโอกาสให้ผู้ขาย ตอบคำถามและไขข้อสงสัยของลูกค้าได้ตรงจุดในทันที
หากแบรนด์หรือเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาตัวช่วยในการถ่ายวิดีโอสินค้า ขอแนะนำ Something in Common ผู้ให้บริการรับถ่ายวิดีโอสินค้าแบบครบวงจร ในราคาที่เข้าถึงได้ แต่ให้คุณภาพงานไม่แพ้โปรดักชันระดับหลักแสน เพียงคุณนำสินค้าและไอเดียที่ต้องการมา ทีมงานของเราพร้อมช่วยออกแบบและเนรมิตวิดีโอคุณภาพสูง ตอบโจทย์การใช้งานทางการตลาดออนไลน์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น Facebook TikTok Instagram หรือแพลตฟอร์ม E-Commerce ต่าง ๆ

คู่มือเริ่มต้น Live Commerce ตั้งแต่เตรียมตัวจนเริ่มไลฟ์ขาย
สำหรับแบรนด์ หรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นทำไลฟ์สดขายของ การเตรียมความพร้อมเป็นหัวใจสำคัญ หากวางแผนไม่ดี อาจเกิดปัญหาตามมาระหว่างไลฟ์ได้ง่าย เพราะการไลฟ์สดขายของไม่ใช่แค่การพูดหน้ากล้อง แต่ต้องอาศัยการจัดลำดับขั้นตอน การสื่อสาร และการควบคุมสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ดังนั้น ก่อนกดปุ่มเริ่มไลฟ์มาดูองค์ประกอบสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อมกันก่อน ดังนี้
- เตรียมอุปกรณ์ และสินค้าที่จะขายให้พร้อม
แม้การไลฟ์สดสามารถใช้เพียงสมาร์ตโฟนเครื่องเดียวได้ แต่หากต้องการเพิ่มคุณภาพ ควรมีอุปกรณ์เสริมพื้นฐาน เช่น ไฟส่องหน้า และไมโครโฟน เพื่อให้ภาพและเสียงคมชัดมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของสินค้า ควรเตรียมให้ครบตามจำนวนที่วางแผนจะขาย จัดเรียงให้อยู่ในตำแหน่งที่หยิบโชว์ได้สะดวก รวมถึงควรทดลองไลฟ์ล่วงหน้า เพื่อตรวจสอบความเสถียรของอินเทอร์เน็ต ระดับเสียง และมุมกล้อง ป้องกันปัญหาระหว่างไลฟ์จริง
- เข้าใจกฎเกณฑ์ และคำต้องห้ามของแต่ละแพลตฟอร์ม
อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ คือ กฎการไลฟ์สดของแต่ละแพลตฟอร์ม เนื่องจากแต่ละช่องทางมีข้อกำหนดและคำต้องห้ามที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะแพลตฟอร์มอย่าง TikTok ที่มีความเข้มงวดเรื่องการไลฟ์ขายสินค้าเป็นพิเศษ หากไม่อยากให้ไลฟ์ถูกตัด ถูกแบน หรือถูกจำกัดการมองเห็น ควรศึกษากฎเหล่านี้ให้เข้าใจก่อนเริ่มไลฟ์ทุกครั้ง
- เตรียมเนื้อหา และสคริปต์การไลฟ์ล่วงหน้า
การไลฟ์สดขายของ จำเป็นต้องรักษาความแอ็กทิฟอยู่ตลอดเวลา ผู้ไลฟ์จึงควรเตรียมสคริปต์หรือโครงเนื้อหาเบื้องต้น เพื่อช่วยให้การพูดเป็นไปอย่างลื่นไหล และลดปัญหา Dead Air ควรวางลำดับเนื้อหาให้ชัดเจน เช่น การแนะนำสินค้า จุดเด่น ราคา โปรโมชั่น วิธีสั่งซื้อ และการตอบคำถามลูกค้า รวมถึงควรซ้อมพูดก่อนจริง เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ชม
- วางแผนราคา และวิธีปิดการขาย
นอกจากการพูดให้สนุกให้สนุกแล้ว การ Live Commerce ควรมีแผนด้านราคา และโปรโมชั่นชัดเจน เช่น ดีลเฉพาะในไลฟ์ หรือส่วนลดจำกัดเวลา โดยอย่าลืมบอกย้ำซ้ำเป็นระยะ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ และปิดการขายได้มากขึ้น
- เตรียมทีมงานหรือผู้ช่วยดูแลหลังบ้าน
หากเป็นไปได้ ควรมีผู้ช่วยคอยดูแลหลังบ้าน เช่น อ่านคอมเมนต์ สรุปออร์เดอร์ หรือตอบคำถามเบื้องต้น จะช่วยให้ผู้ไลฟ์โฟกัสกับการขาย และสื่อสารหน้ากล้องได้เต็มที่ อีกทั้งช่วยลดความผิดพลาดในการไลฟ์ไปในตัว
สุดท้ายนี้ สำหรับเจ้าของแบรนด์ หรือผู้ประกอบการที่ต้องการวิดีโอถ่ายสินค้าเพื่อใช้ทำการตลาด แต่ยังไม่มีทีมงานมืออาชีพ Something in Common บริการรับถ่ายวิดีโอสินค้าพร้อมดูแลครบทุกขั้นตอน ไม่ว่าสินค้าจะเป็นประเภทใด หรืออยากได้ธีมและสไตล์แบบไหน ทีมงานสามารถช่วยสร้างสรรค์วิดีโอคุณภาพ พร้อมใช้งานจริงในโลกออนไลน์ ด้วยแพ็กเกจราคาเริ่มต้นเพียง 35,000 บาท หากสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงานเพื่อรับคำปรึกษา
Email: thesomethingincommon@gmail.com
Facebook Page: Something in Common
Instagram: @Somethingin_common
Tel: 081-686-6691