หากคุณเป็นสายวิดีโอคอนเทนต์ คงเคยเห็นตัวเลขตามด้วยคำว่า “FPS” หรือที่เรียกกันว่า อัตราเฟรม แล้วอาจสงสัยว่า ตัวเลขนี้มีผลต่อวิดีโออย่างไร ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังฝึก หรือเริ่มต้นทำวิดีโอ ในบทความนี้ Something in Common จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า อัตราเฟรม คืออะไร และมีวิธีการเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสมกับงานวิดีโอแต่ละประเภท ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

ชวนรู้ อัตราเฟรม คืออะไร ?
อัตราเฟรม (Frame Per Second หรือ FPS) คือ ค่าที่ใช้บอกค่าความต่อเนื่องจำนวนภาพเคลื่อนไหวที่ถูกบันทึกในหนึ่งวินาที ตัวอย่างเช่น หากบันทึกวิดีโอด้วย 15 FPS หมายความว่า ใน 1 วินาที กล้องจะบันทึกภาพเรียงต่อกันได้ 15 ภาพ ซึ่งภาพเหล่านี้จะถูกนำมาเล่นต่อเนื่อง จนเกิดเป็นวิดีโอที่เราเห็น ยิ่งจำนวนเฟรมสูงเท่าไหร่ ภาพก็จะยิ่งดูลื่นไหล ตรงกันข้ามหากอัตราเฟรมต่ำ ภาพเคลื่อนไหวอาจดูสะดุด

เปิดคู่มือเลือกอัตราเฟรม ก่อนเริ่มถ่ายงานวิดีโอ ให้เหมาะสม
โดยทั่วไป อัตราเฟรมเรต (Frame Rate) ที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับประเภทของงานวิดีโอ ทำให้ก่อนเริ่มถ่ายคอนเทนต์ ควรเลือกใช้อย่างถูกต้อง แม้จะไม่มีสูตรตายตัว แต่หากต้องการให้งานวิดีโอออกมาสวยงาม ตอบโจทย์ความต้องการที่สุด ก็มีทริคที่ควรรู้ดังนี้
อ่านเพิ่มเติม 4 ทริคสร้างวิดีโอคอนเทนต์ โปรโมตแบรนด์อย่างมืออาชีพ
- 24 FPS
เริ่มจากอัตราเฟรม 24 FPS หรือที่หลายคนเรียกว่า Cinematic Frame Rate ถือเป็นมาตรฐานที่ใช้กันมาอย่างยาวนานในวงการภาพยนตร์ เพราะให้ภาพที่ใกล้เคียงกับการมองเห็นตามธรรมชาติของสายตามนุษย์ ภาพที่ได้จะมีความนุ่มนวล ไม่แข็งจนเกินไป อีกทั้งยังสร้างบรรยากาศที่ดูสมจริง จึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการถ่ายทอดอารมณ์ เช่น ภาพยนตร์ หนังสั้น มิวสิกวิดีโอ หรือวิดีโอที่เน้นการเล่าเรื่องเป็นหลัก เป็นต้น
- 30 FPS
ถัดมากับอัตราเฟรม 30 FPS ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานยอดนิยม โดยเฉพาะในงานออกอากาศทางโทรทัศน์ และการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ภาพที่ได้จะมีความลื่นไหลกว่าที่ 24 FPS เล็กน้อย แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้ดี เหมาะกับการถ่ายรายการทีวี หรือคอนเทนต์ทั่วไป รวมถึงการไลฟ์สดบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น YouTube, Facebook หรือ Instagram
- 60 FPS
สำหรับอัตราเฟรม 60 FPS จะให้ความลื่นไหลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบกับ 24 หรือ 30 FPS ภาพเคลื่อนไหวดูต่อเนื่อง จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในการถ่ายทำงานที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว เช่น กีฬา งานดนตรีสด หรือคอนเทนต์แนวแอ็กชัน จุดเด่นของอัตราเฟรม คือ ช่วยลดอาการกระตุกหรือเบลอ (Motion Blur) เมื่อตัวแบบเคลื่อนไหวเร็ว ทำให้ผู้ชมรู้สึกสบายตา และสนุกไปกับรายละเอียดของภาพได้มากกว่า
- 120 FPS
สุดท้ายกับอัตราเฟรมสูงถึง 120 FPS ซึ่งมักถูกเลือกใช้ในงานที่ต้องการทำ Slow Motion เนื่องจากเมื่อนำฟุตเทจที่ถ่ายได้มาลดความเร็ว จะได้ภาพลื่นไหลที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที และเห็นทุกรายละเอียดชัดเจน จึงเหมาะสำหรับงานโฆษณาที่ต้องการเน้นอารมณ์ หรืองานถ่ายทำพิธีสำคัญที่ต้องการเก็บโมเมนต์พิเศษ เช่น งานแต่งงาน
โดยสรุปสั้น ๆ การเลือกอัตราเฟรมเรตควรขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของงาน หากเน้นบรรยากาศที่เป็นทางการ และใกล้เคียงหนัง ใช้ 24 FPS ต้องการความสมดุลสำหรับงานออนไลน์เลือก 30 FPS แต่ถ้าต้องการความลื่นไหลและชัดเจนสำหรับการเคลื่อนไหวเร็ว ควรใช้ 60 FPS หรือต้องการสร้างเอฟเฟกต์ Slow Motion ที่สมบูรณ์แบบ 120 FPS จะตอบโจทย์ที่สุด
สำหรับ เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบการที่กำลังมองหาทีมงานมืออาชีพด้านการถ่ายทำวิดีโอ Something in Common พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นงานโปรโมตสินค้า งานโฆษณาพรีเซนต์ ไปจนถึงการสร้างสรรค์วิดีโอคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพียงแค่นำไอเดียมาพูดคุยกับเรา ทีมงานก็พร้อมดูแลทุกขั้นตอน เพื่อสร้างผลงานคุณภาพที่สะท้อนตัวตน และเป้าหมายของแบรนด์

4 Tips สำหรับตั้งค่าอัตราเฟรม เตรียมแก้ปัญหาที่อาจต้องเจอ!
ในการรับถ่ายวิดีโอสินค้า หรือคอนเทนต์รูปแบบต่าง ๆ หลายคนอาจประสบปัญหาที่คาดไม่ถึง แม้จะเลือกอัตราเฟรมเรตที่ดูเหมาะสมแล้วก็ตาม เพื่อให้ได้งานที่ลื่นไหลและดูเป็นธรรมชาติ จึงควรใส่ใจการตั้งค่าอย่างถูกต้อง โดยมีเคล็ดลับเพิ่มเติม ดังนี้
- ตั้งค่า Speed Shutter สองเท่าของเฟรมเรต
สิ่งสำคัญอย่างแรกก่อนตั้งอัตราเฟรม คือการตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ให้สัมพันธ์กับเฟรมเรต โดยหลักสากลควรตั้ง Speed Shutter เป็นสองเท่าของเฟรมเรต เช่น หากถ่ายที่ 30 FPS ควรตั้งชัตเตอร์ที่ 1/60s หรือหากถ่ายที่ 60 FPS ก็ควรตั้งไว้ที่ 1/120s สำหรับผู้ที่ถ่ายด้วยสมาร์ตโฟนอาจไม่เห็นการปรับชัดเจน เพราะซอฟต์แวร์มักจัดการให้อัตโนมัติ แต่ถ้าใช้กล้องวิดีโอหรือ DSLR ต้องตั้งเอง หากตั้งเร็วเกินไป ภาพที่ได้อาจดูแข็งกระด้าง ไม่ลื่นไหล และขาดความเป็นธรรมชาติ
- ใช้เฟรมเรตต่ำ เพื่อลดปัญหาไฟกะพริบ
การถ่ายวิดีโอในสถานที่ที่มีแสงไฟจากหลอดไฟ หรือจอภาพ อาจทำให้เกิดปัญหาไฟกะพริบหากเฟรมเรตไม่สัมพันธ์กับความถี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ใช้ไฟฟ้าความถี่ 50Hz มักนิยมถ่ายด้วยเฟรมเรตที่ต่ำกว่า 60 FPS เช่น 25 30 หรือ 50 FPS เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแถบไฟกะพริบในวิดีโอ ซึ่งจะทำให้งานดูเรียบร้อยและสวยงามยิ่งขึ้น
- ไม่ปรับเฟรมเรตสูงเกินความจำเป็น
แม้ว่าเฟรมเรตสูง เช่น 60 FPS หรือ 120 FPS จะทำให้ภาพลื่นไหลมากขึ้น แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ไฟล์มีขนาดใหญ่ ใช้พื้นที่จัดเก็บมากขึ้น รวมถึงใช้เวลานานขึ้นในการเรนเดอร์และอัปโหลด หากเป็นคลิปสั้น ๆ อาจไม่ส่งผลมากนัก แต่สำหรับงานวิดีโอที่มีความยาวหลายสิบนาที ควรเลือกเฟรมเรตที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เพื่อความคุ้มค่า ทั้งเวลาและทรัพยากรที่ใช้
- ทดสอบก่อนถ่ายจริงเสมอ
สุดท้าย ก่อนเริ่มงานควรทำการทดสอบการตั้งค่า ด้วยการถ่ายวิดีโอสั้น ๆ เพื่อเช็กคุณภาพ และเสียงว่ามีปัญหาหรือไม่ เช่น ภาพกระตุก แสงไฟกะพริบ หรือไฟล์ใหญ่เกินไป วิธีนี้จะช่วยให้แก้ไขได้ทันก่อนเริ่มถ่ายงานจริง และช่วยลดความเสี่ยงที่จะต้องกลับมาถ่ายใหม่ ซึ่งสิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
ดังนั้น การตั้งค่าอัตราเฟรมไม่ใช่แค่เลือกตัวเลขให้ตรงกับงานเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ทั้งความเร็วชัตเตอร์ แสงไฟ รวมไปถึงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ หากเลือกและตั้งค่าอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ได้งานวิดีโอที่ทั้งลื่นไหล สวยงาม และตอบโจทย์ผู้ชม
รับถ่ายวิดีโอสินค้า ตามคอนเซปต์ที่คุณต้องการ
เพียงแค่คุณบอกไอเดียหรือแนวทางที่อยากได้ ไม่ว่าจะเป็นโทน สี หรือบรรยากาศในแบบที่ต้องการ ทีม Something in Common พร้อมต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ให้สมบูรณ์แบบ ด้วยประสบการณ์ด้าน Production House ที่เข้าใจทั้งมุมของแบรนด์และผู้ชม ช่วยให้ผลงานออกมาตรงใจและโดดเด่นไม่เหมือนใคร สามารถรับชมผลงานตัวอย่างในคอนเซปต์ “Boo-tiful You” ธีม Halloween ที่ทางทีมได้นำลิปสติกมาสร้างสรรค์เรื่องราวอย่างมีเอกลักษณ์ ถ่ายทอดบรรยากาศของความสวยที่ซ่อนความลึกลับไว้อย่างลงตัว ได้ที่ด้านล่างนี้
สุดท้ายนี้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยคลายข้อสงสัย อัตราเฟรม คืออะไร ได้มากขึ้น และหากใครกำลังมองหาบริการรับถ่ายวิดีโอสินค้า อย่าลืมนึกถึง Something in Common เอเจนซีโปรดักชันส์ที่พร้อมสร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของแบรนด์ เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย เราพร้อมดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผน ครีเอทิฟงาน ไปจนถึงการถ่ายทำและตัดต่อ เพื่อให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบ และตรงใจมากที่สุด สนใจสามารถติดต่อทีมงานได้ที่
Email: thesomethingincommon@gmail.com
Facebook Page: Something in Common
Instagram: @Somethingin_common
Tel: 081-686-6691