การจะถ่ายทอดเรื่องราวผ่านวิดีโอให้น่าสนใจนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประเภทของการถ่ายวิดีโอที่เหมาะสมกับเนื้อหา และจุดประสงค์ของคุณด้วยเช่นกัน เพราะแต่ละประเภทมีเทคนิคและสไตล์ที่แตกต่างกันไป
ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางให้กับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นถ่ายวิดีโอ ในบทความนี้ Something in Common จะพาไขข้อสงสัยการถ่ายวิดีโอมีกี่แบบ ? พร้อมยกตัวอย่างประกอบให้เห็นภาพชัดเจน ว่าการถ่ายแต่ละแบบเหมาะกับคอนเทนต์ประเภทใด ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

5 ประโยชน์ของการเลือก “ประเภทวิดีโอ” ให้ถูกต้อง
ในยุคที่ใครก็สามารถถ่ายวิดีโอได้ง่าย ๆ ด้วยกล้องจากสมาร์ตโฟน แต่รู้หรือไม่ว่า ประเภทของวิดีโอมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งหากเลือกให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับคอนเทนต์ และส่งผลดีต่อการตลาดในหลายด้าน ดังนี้
- เพิ่มอัตราการคลิก (CTR) และยอดเข้าชม
แม้ว่าการตัดต่อ จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอรรถรสให้กับผู้ชม แต่การเลือกประเภทวิดีโอ ตั้งแต่ขั้นตอนถ่ายทำก็มีผลไม่น้อย เพราะจะช่วยเก็บช็อตสำคัญได้ครบ สื่อสารได้ตรงจุด และช่วยเพิ่มโอกาสให้วิดีโอได้รับการคลิกเข้าชมมากขึ้น
- กระตุ้นความสนใจและการตัดสินใจซื้อ
การเลือกประเภทวิดีโอที่เหมาะสมกับเนื้อหา เช่น วิดีโอรีวิว วิดีโอสาธิตสินค้า หรือวิดีโอเบื้องหลังการผลิต จะช่วยให้ผู้ชมเข้าใจสินค้า ส่งผลให้เกิดความสนใจ และตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นเช่นกัน
- สื่อสารข้อความจากแบรนด์ได้ชัดเจน
ประเภทวิดีโอมีผลต่อโทน และอารมณ์ของการสื่อสาร เช่น วิดีโอเล่าเรื่อง (Storytelling) เหมาะกับการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ ในขณะที่วิดีโอ How-to เหมาะกับการให้ความรู้ และแสดงความเชี่ยวชาญ การเลือกประเภทให้ถูก จึงช่วยให้ข้อความของแบรนด์สื่อถึงผู้ชมได้ตรงใจมากขึ้น
- สร้างความน่าเชื่อถือ และความเป็นมืออาชีพ
เคยสงสัยกันไหม ทำไมหลายแบรนด์ดังระดับโลก เลือกใช้ทีมโปรดักชันมืออาชีพในการถ่ายทำ เพราะภาพ และมุมกล้องที่ถูกต้อง สามารถสื่อถึงคุณภาพของแบรนด์ได้ทันที ซึ่งวิดีโอที่มีการวางแผนประเภทชัดเจน จะช่วยสร้างความประทับใจแรก และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ชมได้
- เพิ่มโอกาสติดอันดับ SEO และแชร์ต่อ
วิดีโอที่ตรงกับความต้องการของผู้ชม และเลือกประเภทได้เหมาะสม จะช่วยเพิ่มเวลาในการรับชม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้วิดีโอติดอันดับ SEO ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสให้คนดูแชร์ต่อ
ทั้งนี้ การเลือกประเภทวิดีโอให้เหมาะสมคือ “กลยุทธ์ลับ” ที่คนทำคอนเทนต์มืออาชีพใช้ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของภาพที่สวยงาม แต่คือ “กลไกการสื่อสาร” ที่เชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับแบรนด์ เพิ่มยอดขาย และสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้จริง

8 ประเภทของการถ่ายวิดีโอที่ควรรู้ (พร้อมตัวอย่างและวิธีใช้)
สำหรับคำถามที่ว่า การถ่ายวิดีโอมีกี่แบบ และแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งในความเป็นจริง การถ่ายวิดีโอสามารถแบ่งประเภทได้หลากหลายตามจุดประสงค์การใช้งาน โดยหลัก ๆ แล้ว สามารถแบ่งออกได้เป็น 8 ประเภท ทั้งนี้ ตัวอย่าง และแนวทางการใช้งานเบื้องต้น โดยเลือกใช้ได้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ เช่น
- Pan Shot สร้างความต่อเนื่อง ดึงสายตาตั้งแต่แรกเห็น
Pan Shot คือการหมุนกล้องในแนวนอนจากซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้าย เพื่อแสดงภาพรวมของฉาก หรือสถานที่
- จุดเด่น: ช่วย “เปิดฉาก” ได้อย่างน่าสนใจ สื่อถึงบรรยากาศโดยรวม และทำให้วิดีโอดูมีจังหวะ
- เหมาะสำหรับ: วิดีโอท่องเที่ยว, โฆษณาอสังหาฯ, วิดีโอเปิดร้าน หรือ Intro แบรนด์
- Tip: หมุนกล้องอย่างช้า และสม่ำเสมอ อย่ากวาดเร็วเกินไปเพื่อป้องกันภาพเบลอ
- Tilt Shot เพิ่มมิติและความน่าดึงดูดในแนวตั้ง
Tilt Shot คือ การเคลื่อนกล้องขึ้น-ลงในแนวตั้ง นิยมใช้เพื่อโชว์ขนาด ความสูง หรือการเปิดตัวสินค้า
- จุดเด่น: ช่วยเพิ่มความอลังการให้กับวิดีโอ เหมาะกับสินค้าพรีเมียม หรือการเปิดตัวโปรเจกต์
- เหมาะสำหรับ: พรีเซนต์สินค้าใหม่, การเปิดตัวสินค้า, วิดีโอรีวิวดีไซน์
- Tip: ใช้ Tilt Shot ควบคู่กับ Dolly จะช่วยให้ภาพดูลื่นไหล และเป็นมืออาชีพมากขึ้น
- Dolly Shot ภาพลื่นไหล มืออาชีพขั้นสุด
Dolly Shot คือ การเคลื่อนกล้องไปด้านหน้า ด้านหลัง หรือด้านข้างในแนวเส้นตรง เพื่อสร้างภาพที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
- จุดเด่น: ช่วยสร้างความรู้สึกมีมิติ และดูแพงให้กับวิดีโอ
- เหมาะสำหรับ: โฆษณาสินค้าพรีเมียม, วิดีโอแบรนด์, โปรโมตแคมเปญ
- Tip: ใช้ Gimbal หรือรางเลื่อน เพื่อให้ภาพนิ่ง และเคลื่อนไหวได้อย่างมืออาชีพ
- Zoom Shot โฟกัสสิ่งสำคัญให้โดดเด่น
Zoom Shot คือ การซูมเข้า-ออกโดยใช้เลนส์ เพื่อเน้นจุดสำคัญ หรือรายละเอียดบางอย่าง
- จุดเด่น: ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่ต้องการ เช่น โลโก้ ฟังก์ชันสินค้า หรือจุดขายหลัก
- เหมาะสำหรับ: รีวิวสินค้า, วิดีโอแนะนำคุณสมบัติ, วิดีโอ How-to
- Tip: ซูมช้า ๆ เพื่อคุมจังหวะ และหลีกเลี่ยงภาพสั่น
- POV Shot (Point of View) สร้างมุมมองเหมือนผู้ชมอยู่ตรงนั้น
POV Shot คือมุมกล้องที่จำลองมุมมองของผู้ใช้จริง ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของวิดีโอ
- จุดเด่น: เพิ่ม “อารมณ์ร่วม” และความสมจริง ช่วยให้วิดีโอน่าติดตาม
- เหมาะสำหรับ: รีวิวสินค้า, วิดีโอแกะกล่อง, คลิป Vlog, วิดีโอท่องเที่ยว
- Tip: ใช้เลนส์มุมกว้าง และรักษาระดับกล้องให้อยู่ในระดับสายตาเพื่อความสมจริง
- Close-Up ดึงอารมณ์และรายละเอียดให้โดดเด่น
Close-Up คือ การถ่ายในระยะใกล้เพื่อเน้นรายละเอียด เช่น ผิวสัมผัส โลโก้ หรือคุณสมบัติสินค้า
- จุดเด่น: สื่อสาร “คุณค่า” และ “คุณภาพ” ได้ชัดเจน สร้างภาพลักษณ์สินค้าที่ดูดี และน่าเชื่อถือ
- เหมาะสำหรับ: รีวิวสินค้า, Beauty Product, ของใช้ขนาดเล็ก
- Tip: ใช้แสงด้านข้าง และพื้นหลังเรียบเพื่อให้วัตถุโดดเด่นขึ้น
- Rack Focus เปลี่ยนโฟกัส ช่วยดึงสายตาอย่างมีศิลปะ
Rack Focus คือ เทคนิคที่เปลี่ยนจุดโฟกัสจากวัตถุหนึ่งไปอีกวัตถุหนึ่ง เช่น จากสินค้าไปที่ผู้ใช้ หรือจากโลโก้ไปที่แบรนด์
- จุดเด่น: เพิ่มความลึกทางภาพและ “เล่าเรื่อง” ได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด
- เหมาะสำหรับ: วิดีโอแบรนด์, Storytelling, โฆษณา
- Tip: ใช้เลนส์รูรับแสงกว้าง (เช่น f/1.8 – f/2.8) เพื่อให้โฟกัสเปลี่ยนอย่างนุ่มนวล
- Static Shot เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
Static Shot คือ กล้องตั้งนิ่งโดยไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เพื่อให้ผู้ชมโฟกัสกับวัตถุหลักหรือข้อความ
- จุดเด่น: เหมาะกับการสื่อสารตรงประเด็น และให้ความรู้สึกจริงจัง
- เหมาะสำหรับ: Live, Product Showcase, วิดีโอรีวิว, การถ่ายคลิปสั้น
- Tip: เน้นองค์ประกอบภาพให้สมดุล และใช้ฉากหลังที่ไม่รบกวนสายตา
ทั้งนี้ หากคุณอยากทำคอนเทนต์วิดีโอ ที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ Something in Common เอเจนซีรับทำวิดีโอ โฆษณาสินค้าระดับคุณภาพ ที่พร้อมช่วยคุณวางกลยุทธ์ และผลิตวิดีโอที่ใช่สำหรับธุรกิจ เพื่อให้คุณประสบความสำเร็จในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

เจาะลึกวิธีเลือกประเภทวิดีโอ ให้เหมาะกับเป้าหมายการตลาด
วิดีโอคอนเทนต์ กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาด เพราะสามารถสื่อสารได้ทั้งภาพ เสียง และอารมณ์ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม วิดีโอแต่ละประเภทมีจุดประสงค์ และวิธีนำเสนอที่แตกต่างกันออกไป จึงจำเป็นต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะของธุรกิจ และกลุ่มผู้ชม โดยประเภทของวิดีโอที่เหมาะกับการทำการตลาด มีดังนี้
- วิดีโอรีวิวสินค้า
วิดีโอรีวิวสินค้า จะเน้นการแสดงรายละเอียดของสินค้า พร้อมประสบการณ์การใช้งานจริง เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจคุณสมบัติ ข้อดี และวิธีใช้ของสินค้าได้อย่างชัดเจน จุดเด่นคือช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์
ประเภทที่เหมาะสม
- Close Up: เน้นรายละเอียด (Detail) และคุณสมบัติ
- POV Shot: จำลองประสบการณ์ใช้งานจริง
- Zoom Shot: ดึงความสนใจไปยังจุดขายหลัก
Tip: ใช้การเปรียบเทียบก่อน–หลัง (Before-After) หรือเล่าเรื่องการใช้งานจริงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
- วิดีโอโปรโมตแบรนด์
วิดีโอโปรโมตแบรนด์ เหมาะสำหรับการสร้างอารมณ์และเรื่องราวของแบรนด์ ทำให้ผู้ชมจดจำแบรนด์ และเกิดความรู้สึกเชื่อมโยงทางอารมณ์
ประเภทการถ่ายที่เหมาะสม
- Dolly Shot: ภาพลื่นไหล ดูมืออาชีพ
- Rack Focus: เล่าเรื่องโดยไม่ต้องพูด
- Tilt Shot: เพิ่มความอลังการให้แบรนด์ดูพรีเมียม
Tip: ใช้ Storytelling และดนตรีประกอบเพื่อสร้างอารมณ์ร่วม
- วิดีโอโฆษณา
วิดีโอโฆษณา เป็นวิดีโอที่ออกแบบมา เพื่อหยุดสายตาผู้ชมภายใน 3 วินาทีแรก เพราะการแข่งขันบนแพลตฟอร์มออนไลน์สูงมาก วิดีโอประเภทนี้ต้องมี Hook ที่โดดเด่น เพื่อให้คนดูอยากชมต่อจนจบ และคลิกเข้าสู่หน้าเว็บไซต์หรือเพจของแบรนด์
ประเภทการถ่ายที่เหมาะสม
- Pan Shot: ช่วยดึงความสนใจภาพรวม
- POV Shot: ทำให้ผู้ชมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับวิดีโอ
- Close Up+Zoom: สื่อสารข้อความสำคัญทันที
Tip: ใส่ CTA ชัดเจนตั้งแต่ช่วงท้ายของวิดีโอ เช่น “ดูรายละเอียดเพิ่มเติม” หรือ “ซื้อเลยวันนี้”
- วิดีโอคอนเทนต์ไวรัล
วิดีโอคอนเทนต์ไวรัล เป็นวิดีโอนี้เน้นความง่ายต่อการแชร์” และเข้าถึงผู้คนจำนวนมาก” มักใช้คอนเทนต์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เช่น เรื่องตลก ประเด็นสังคม หรือสิ่งที่กำลังเป็นกระแสในช่วงเวลานั้น จุดประสงค์คือสร้าง Engagement และเพิ่มยอด Reach ให้กับแบรนด์ โดยไม่จำเป็นต้องขายตรง แต่ให้ความบันเทิง และสร้างความจดจำในเชิงบวกแทน
ประเภทการถ่ายที่เหมาะสม
- Static Shot: สื่อสารเร็ว เข้าประเด็น
- Pan / POV: เข้าใจง่าย ดูสนุก
- Close-Up: ดึงดูดให้คนหยุดทันที
Tip: คอนเทนต์ไวรัลควร “กระชับ” ไม่เกิน 30–60 วินาที และสื่อสารได้ใน 1 ช็อต
เทคนิคถ่ายวิดีโอให้ดูมืออาชีพ (แม้เป็นมือใหม่)
การเริ่มต้นถ่ายวิดีโอให้ได้คุณภาพ ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ราคาแพงเสมอไป เพียงแค่มีความเข้าใจพื้นฐาน และรู้เทคนิคที่ถูกต้อง ก็สามารถสร้างวิดีโอให้ออกมาดูน่าสนใจ โดยเฉพาะในยุคที่วิดีโอคอนเทนต์ กลายเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารออนไลน์ ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ จะช่วยให้แม้แต่มือใหม่ ก็สามารถถ่ายวิดีโอได้อย่างโดดเด่น ซึ่งมีเทคนิคที่น่าสนใจ ดังนี้
- วาง Storyboard ก่อนถ่าย
เทคนิคแรกที่ช่วยให้งานวิดีโอออกมาดี คือการวาง Storyboard หรือแผนภาพลำดับการถ่ายก่อนเริ่มถ่ายจริง เพราะจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของเรื่องราวที่ต้องการเล่าได้อย่างชัดเจน ลดความสับสนระหว่างการถ่าย และยังช่วยจัดลำดับฉาก มุมกล้อง และองค์ประกอบต่าง ๆ ได้ชัดเจน
- จัดแสงให้ถูกต้อง
แสง สามารถสร้างบรรยากาศ เพิ่มมิติ และช่วยให้ภาพดูสวยสมจริงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายในสตูดิโอ หรือกลางแจ้ง ต่างก็มีเทคนิคการจัดแสงที่แตกต่างกันออกไป แต่หลักการสำคัญ คือการเลือกทิศทาง ความเข้ม และโทนสีของแสงให้เหมาะกับอารมณ์ของวิดีโอ
โดยทั่วไปจะใช้อุปกรณ์จัดแสงคล้ายกัน เช่น ไฟ Key Light สำหรับให้แสงหลัก, Fill Light เพื่อเติมแสงเงาให้สมดุล และ Back Light เพื่อแยกตัวแบบออกจากฉากหลัง
- ใช้องค์ประกอบภาพ (Composition)
การจัดองค์ประกอบภาพให้สมดุล ช่วยให้วิดีโอดูมีความน่าสนใจ โดยใช้หลัก “Rule of Thirds” โดยแบ่งภาพออกเป็น 9 ช่อง และวางตัวแบบไว้บริเวณจุดตัดของเส้น จะช่วยให้ภาพดูสมดุล และมีมิติมากขึ้น
- ใช้ขาตั้งกล้องหรือ Gimbal
แม้กล้องสมัยใหม่ จะมีระบบกันสั่นในระดับหนึ่ง ทางที่ที่ดีควรหาอุปกรณ์เสริมกันสั่นมาใช้ เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น หากต้องถ่ายวิดีโอที่ต้องเคลื่อนไหว เช่น การเดินตาม หรือหมุนรอบตัวแบบ ควรใช้ Gimbal เพื่อให้ภาพลื่นไหลขึ้น ส่วนวิดีโอที่ตั้งกล้องนิ่ง ควรใช้ขาตั้งกล้องช่วย เพื่อป้องกันภาพสั่น
- ถ่ายหลายช็อตและเลือกที่ดีที่สุด
อย่าพึ่งพาการถ่ายเพียงครั้งเดียว เพราะการลองถ่ายหลายช็อตจากหลายมุม จะช่วยให้คุณมีทางเลือกมากขึ้นในขั้นตอนการตัดต่อ อาจลองเปลี่ยนองศากล้อง ระยะใกล้-ไกล หรือถ่ายจากด้านบน เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้วิดีโอดูน่าสนใจ ก่อนตัดสินใจเลือกช็อตที่ดีที่สุด
- ตัดต่อให้กระชับ
สุดท้าย ขั้นตอนการตัดต่อให้กระชับ เป็นสิ่งที่ทำให้วิดีโอดูน่าติดตาม ควรตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก ลดช่วง Dead Air ที่ไม่มีเสียงหรือการเคลื่อนไหว เพื่อรักษาความสนใจของผู้ชมให้ต่อเนื่อง
สุดท้ายนี้ การถ่ายวิดีโอให้ดี ไม่ใช่แค่กด REC แต่คือการวางกลยุทธ์ การสร้างวิดีโอที่ทรงพลังไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์แพง หรือโปรแกรมตัดต่อราคาแพง แต่อยู่ที่การเข้าใจเป้าหมาย จากนั้นเลือกประเภทให้ถูกต้อง และใช้เทคนิคอย่างมีแผน เพียงทำครบ 3 ขั้นตอนนี้ วิดีโอของคุณจะไม่ใช่แค่สวย แต่ยังขายได้จริง และมีโอกาสติดอันดับ Top 3 บน Google ได้ไม่ยาก
อยากได้ VDO สวย ๆ Something in Common จัดให้ตามคำขอ
พวกเรา Something in Common พร้อมให้บริการรับทำวิดีโอ โฆษณาสินค้า และโฆษณาทุกรูปแบบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอโปรโมตสินค้า วิดีโอโฆษณาออนไลน์ หรือคอนเทนต์วิดีโอเพื่อการตลาด พวกเราพร้อมดูแลให้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การถ่ายทำโดยทีมช่างภาพมืออาชีพ การจัดเตรียมพร็อป การไดคัท ตัดต่อ รวมไปถึงการปรับแต่ง Material ทั้งหมดก่อนส่งมอบ เพื่อให้ผลงานทุกชิ้นที่คุณได้รับมีคุณภาพสูงสุด พร้อมใช้งานได้ทันที โดยคุณสามารถรับชมตัวอย่างผลงานจากการถ่ายทำวิดีโอสินค้ากลุ่มสกินแคร์ ของเราได้ที่ด้านล่างนี้
ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหา เอเจนซีรับทำวิดีโอ โฆษณาสินค้า ขอแนะนำ Something in Common เพราะเราพร้อมสร้างสรรค์ผลงาน ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ และพร้อมนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ ที่ช่วยให้งานของคุณเป็นไวรัลในทุกแคมเปญ ในราคาเริ่มต้น 19,000 บาท หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่
Email: thesomethingincommon@gmail.com
Facebook Page: Something in Common
Instagram: @Somethingin_common
Tel: 081-686-6691