รวม 8 ประเภทการถ่ายวิดีโอ ที่มือใหม่ควรรู้ พร้อมตัวอย่าง

การจะถ่ายทอดเรื่องราวผ่านวิดีโอให้น่าสนใจนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประเภทของการถ่ายวิดีโอที่เหมาะสมกับเนื้อหา และจุดประสงค์ของคุณด้วยเช่นกัน เพราะแต่ละประเภทมีเทคนิคและสไตล์ที่แตกต่างกันไป

ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางให้กับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นถ่ายวิดีโอ ในบทความนี้ Something in Common จะพาไขข้อสงสัยการถ่ายวิดีโอมีกี่แบบ ? พร้อมยกตัวอย่างประกอบให้เห็นภาพชัดเจน ว่าการถ่ายแต่ละแบบเหมาะกับคอนเทนต์ประเภทใด ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

ถ่ายวิดีโอ

5 ประโยชน์ของการเลือก “ประเภทวิดีโอ” ให้ถูกต้อง

ในยุคที่ใครก็สามารถถ่ายวิดีโอได้ง่าย ๆ ด้วยกล้องจากสมาร์ตโฟน แต่รู้หรือไม่ว่า ประเภทของวิดีโอมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งหากเลือกให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับคอนเทนต์ และส่งผลดีต่อการตลาดในหลายด้าน ดังนี้

  1. เพิ่มอัตราการคลิก (CTR) และยอดเข้าชม

แม้ว่าการตัดต่อ จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอรรถรสให้กับผู้ชม แต่การเลือกประเภทวิดีโอ ตั้งแต่ขั้นตอนถ่ายทำก็มีผลไม่น้อย เพราะจะช่วยเก็บช็อตสำคัญได้ครบ สื่อสารได้ตรงจุด และช่วยเพิ่มโอกาสให้วิดีโอได้รับการคลิกเข้าชมมากขึ้น

  1. กระตุ้นความสนใจและการตัดสินใจซื้อ

การเลือกประเภทวิดีโอที่เหมาะสมกับเนื้อหา เช่น วิดีโอรีวิว วิดีโอสาธิตสินค้า หรือวิดีโอเบื้องหลังการผลิต จะช่วยให้ผู้ชมเข้าใจสินค้า ส่งผลให้เกิดความสนใจ และตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นเช่นกัน

  1. สื่อสารข้อความจากแบรนด์ได้ชัดเจน

ประเภทวิดีโอมีผลต่อโทน และอารมณ์ของการสื่อสาร เช่น วิดีโอเล่าเรื่อง (Storytelling) เหมาะกับการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ ในขณะที่วิดีโอ How-to เหมาะกับการให้ความรู้ และแสดงความเชี่ยวชาญ การเลือกประเภทให้ถูก จึงช่วยให้ข้อความของแบรนด์สื่อถึงผู้ชมได้ตรงใจมากขึ้น

  1. สร้างความน่าเชื่อถือ และความเป็นมืออาชีพ

เคยสงสัยกันไหม ทำไมหลายแบรนด์ดังระดับโลก เลือกใช้ทีมโปรดักชันมืออาชีพในการถ่ายทำ เพราะภาพ และมุมกล้องที่ถูกต้อง สามารถสื่อถึงคุณภาพของแบรนด์ได้ทันที ซึ่งวิดีโอที่มีการวางแผนประเภทชัดเจน จะช่วยสร้างความประทับใจแรก และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ชมได้

  1. เพิ่มโอกาสติดอันดับ SEO และแชร์ต่อ

วิดีโอที่ตรงกับความต้องการของผู้ชม และเลือกประเภทได้เหมาะสม จะช่วยเพิ่มเวลาในการรับชม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้วิดีโอติดอันดับ SEO ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสให้คนดูแชร์ต่อ

ทั้งนี้ การเลือกประเภทวิดีโอให้เหมาะสมคือ “กลยุทธ์ลับ” ที่คนทำคอนเทนต์มืออาชีพใช้ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของภาพที่สวยงาม แต่คือ “กลไกการสื่อสาร” ที่เชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับแบรนด์ เพิ่มยอดขาย และสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้จริง

ถ่ายวิดีโอ

8 ประเภทของการถ่ายวิดีโอที่ควรรู้ (พร้อมตัวอย่างและวิธีใช้)

สำหรับคำถามที่ว่า การถ่ายวิดีโอมีกี่แบบ และแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งในความเป็นจริง การถ่ายวิดีโอสามารถแบ่งประเภทได้หลากหลายตามจุดประสงค์การใช้งาน โดยหลัก ๆ แล้ว สามารถแบ่งออกได้เป็น 8 ประเภท ทั้งนี้ ตัวอย่าง และแนวทางการใช้งานเบื้องต้น โดยเลือกใช้ได้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ เช่น

  1. Pan Shot สร้างความต่อเนื่อง ดึงสายตาตั้งแต่แรกเห็น

Pan Shot คือการหมุนกล้องในแนวนอนจากซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้าย เพื่อแสดงภาพรวมของฉาก หรือสถานที่

  • จุดเด่น: ช่วย “เปิดฉาก” ได้อย่างน่าสนใจ สื่อถึงบรรยากาศโดยรวม และทำให้วิดีโอดูมีจังหวะ
  • เหมาะสำหรับ: วิดีโอท่องเที่ยว, โฆษณาอสังหาฯ, วิดีโอเปิดร้าน หรือ Intro แบรนด์
  • Tip: หมุนกล้องอย่างช้า และสม่ำเสมอ อย่ากวาดเร็วเกินไปเพื่อป้องกันภาพเบลอ
  1. Tilt Shot เพิ่มมิติและความน่าดึงดูดในแนวตั้ง

Tilt Shot คือ การเคลื่อนกล้องขึ้น-ลงในแนวตั้ง นิยมใช้เพื่อโชว์ขนาด ความสูง หรือการเปิดตัวสินค้า

  • จุดเด่น: ช่วยเพิ่มความอลังการให้กับวิดีโอ เหมาะกับสินค้าพรีเมียม หรือการเปิดตัวโปรเจกต์
  • เหมาะสำหรับ: พรีเซนต์สินค้าใหม่, การเปิดตัวสินค้า, วิดีโอรีวิวดีไซน์
  • Tip: ใช้ Tilt Shot ควบคู่กับ Dolly จะช่วยให้ภาพดูลื่นไหล และเป็นมืออาชีพมากขึ้น
  1. Dolly Shot ภาพลื่นไหล มืออาชีพขั้นสุด

Dolly Shot คือ การเคลื่อนกล้องไปด้านหน้า ด้านหลัง หรือด้านข้างในแนวเส้นตรง เพื่อสร้างภาพที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

  • จุดเด่น: ช่วยสร้างความรู้สึกมีมิติ และดูแพงให้กับวิดีโอ
  • เหมาะสำหรับ: โฆษณาสินค้าพรีเมียม, วิดีโอแบรนด์, โปรโมตแคมเปญ
  • Tip: ใช้ Gimbal หรือรางเลื่อน เพื่อให้ภาพนิ่ง และเคลื่อนไหวได้อย่างมืออาชีพ
  1. Zoom Shot โฟกัสสิ่งสำคัญให้โดดเด่น

Zoom Shot คือ การซูมเข้า-ออกโดยใช้เลนส์ เพื่อเน้นจุดสำคัญ หรือรายละเอียดบางอย่าง

  • จุดเด่น: ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่ต้องการ เช่น โลโก้ ฟังก์ชันสินค้า หรือจุดขายหลัก
  • เหมาะสำหรับ: รีวิวสินค้า, วิดีโอแนะนำคุณสมบัติ, วิดีโอ How-to
  • Tip: ซูมช้า ๆ เพื่อคุมจังหวะ และหลีกเลี่ยงภาพสั่น
  1. POV Shot (Point of View) สร้างมุมมองเหมือนผู้ชมอยู่ตรงนั้น

POV Shot คือมุมกล้องที่จำลองมุมมองของผู้ใช้จริง ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของวิดีโอ

  • จุดเด่น: เพิ่ม “อารมณ์ร่วม” และความสมจริง ช่วยให้วิดีโอน่าติดตาม
  • เหมาะสำหรับ: รีวิวสินค้า, วิดีโอแกะกล่อง, คลิป Vlog, วิดีโอท่องเที่ยว
  • Tip: ใช้เลนส์มุมกว้าง และรักษาระดับกล้องให้อยู่ในระดับสายตาเพื่อความสมจริง
  1. Close-Up ดึงอารมณ์และรายละเอียดให้โดดเด่น

Close-Up คือ การถ่ายในระยะใกล้เพื่อเน้นรายละเอียด เช่น ผิวสัมผัส โลโก้ หรือคุณสมบัติสินค้า

  • จุดเด่น: สื่อสาร “คุณค่า” และ “คุณภาพ” ได้ชัดเจน สร้างภาพลักษณ์สินค้าที่ดูดี และน่าเชื่อถือ
  • เหมาะสำหรับ: รีวิวสินค้า, Beauty Product, ของใช้ขนาดเล็ก
  • Tip: ใช้แสงด้านข้าง และพื้นหลังเรียบเพื่อให้วัตถุโดดเด่นขึ้น
  1. Rack Focus เปลี่ยนโฟกัส ช่วยดึงสายตาอย่างมีศิลปะ

Rack Focus คือ เทคนิคที่เปลี่ยนจุดโฟกัสจากวัตถุหนึ่งไปอีกวัตถุหนึ่ง เช่น จากสินค้าไปที่ผู้ใช้ หรือจากโลโก้ไปที่แบรนด์

  • จุดเด่น: เพิ่มความลึกทางภาพและ “เล่าเรื่อง” ได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด
  • เหมาะสำหรับ: วิดีโอแบรนด์, Storytelling, โฆษณา
  • Tip: ใช้เลนส์รูรับแสงกว้าง (เช่น f/1.8 – f/2.8) เพื่อให้โฟกัสเปลี่ยนอย่างนุ่มนวล
  1. Static Shot เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

Static Shot คือ กล้องตั้งนิ่งโดยไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เพื่อให้ผู้ชมโฟกัสกับวัตถุหลักหรือข้อความ

  • จุดเด่น: เหมาะกับการสื่อสารตรงประเด็น และให้ความรู้สึกจริงจัง
  • เหมาะสำหรับ: Live, Product Showcase, วิดีโอรีวิว, การถ่ายคลิปสั้น
  • Tip: เน้นองค์ประกอบภาพให้สมดุล และใช้ฉากหลังที่ไม่รบกวนสายตา

ทั้งนี้ หากคุณอยากทำคอนเทนต์วิดีโอ ที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ Something in Common เอเจนซีรับทำวิดีโอ โฆษณาสินค้าระดับคุณภาพ ที่พร้อมช่วยคุณวางกลยุทธ์ และผลิตวิดีโอที่ใช่สำหรับธุรกิจ เพื่อให้คุณประสบความสำเร็จในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

ถ่ายวิดีโอ

เจาะลึกวิธีเลือกประเภทวิดีโอ ให้เหมาะกับเป้าหมายการตลาด

วิดีโอคอนเทนต์ กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาด เพราะสามารถสื่อสารได้ทั้งภาพ เสียง และอารมณ์ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น  อย่างไรก็ตาม วิดีโอแต่ละประเภทมีจุดประสงค์ และวิธีนำเสนอที่แตกต่างกันออกไป จึงจำเป็นต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะของธุรกิจ และกลุ่มผู้ชม โดยประเภทของวิดีโอที่เหมาะกับการทำการตลาด มีดังนี้

  1. วิดีโอรีวิวสินค้า

วิดีโอรีวิวสินค้า จะเน้นการแสดงรายละเอียดของสินค้า พร้อมประสบการณ์การใช้งานจริง เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจคุณสมบัติ ข้อดี และวิธีใช้ของสินค้าได้อย่างชัดเจน จุดเด่นคือช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์

ประเภทที่เหมาะสม

  • Close Up: เน้นรายละเอียด (Detail) และคุณสมบัติ
  • POV Shot: จำลองประสบการณ์ใช้งานจริง
  • Zoom Shot: ดึงความสนใจไปยังจุดขายหลัก

Tip: ใช้การเปรียบเทียบก่อน–หลัง (Before-After) หรือเล่าเรื่องการใช้งานจริงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

  1. วิดีโอโปรโมตแบรนด์

วิดีโอโปรโมตแบรนด์ เหมาะสำหรับการสร้างอารมณ์และเรื่องราวของแบรนด์ ทำให้ผู้ชมจดจำแบรนด์ และเกิดความรู้สึกเชื่อมโยงทางอารมณ์

ประเภทการถ่ายที่เหมาะสม

  • Dolly Shot: ภาพลื่นไหล ดูมืออาชีพ
  • Rack Focus: เล่าเรื่องโดยไม่ต้องพูด
  • Tilt Shot: เพิ่มความอลังการให้แบรนด์ดูพรีเมียม

Tip: ใช้ Storytelling และดนตรีประกอบเพื่อสร้างอารมณ์ร่วม

  1. วิดีโอโฆษณา

วิดีโอโฆษณา เป็นวิดีโอที่ออกแบบมา เพื่อหยุดสายตาผู้ชมภายใน 3 วินาทีแรก เพราะการแข่งขันบนแพลตฟอร์มออนไลน์สูงมาก วิดีโอประเภทนี้ต้องมี Hook ที่โดดเด่น เพื่อให้คนดูอยากชมต่อจนจบ และคลิกเข้าสู่หน้าเว็บไซต์หรือเพจของแบรนด์

ประเภทการถ่ายที่เหมาะสม

  • Pan Shot: ช่วยดึงความสนใจภาพรวม
  • POV Shot: ทำให้ผู้ชมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับวิดีโอ
  • Close Up+Zoom: สื่อสารข้อความสำคัญทันที

Tip: ใส่ CTA ชัดเจนตั้งแต่ช่วงท้ายของวิดีโอ เช่น “ดูรายละเอียดเพิ่มเติม” หรือ “ซื้อเลยวันนี้”

  1. วิดีโอคอนเทนต์ไวรัล

วิดีโอคอนเทนต์ไวรัล เป็นวิดีโอนี้เน้นความง่ายต่อการแชร์” และเข้าถึงผู้คนจำนวนมาก” มักใช้คอนเทนต์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย เช่น เรื่องตลก ประเด็นสังคม หรือสิ่งที่กำลังเป็นกระแสในช่วงเวลานั้น จุดประสงค์คือสร้าง Engagement และเพิ่มยอด Reach ให้กับแบรนด์ โดยไม่จำเป็นต้องขายตรง แต่ให้ความบันเทิง และสร้างความจดจำในเชิงบวกแทน

ประเภทการถ่ายที่เหมาะสม

  • Static Shot: สื่อสารเร็ว เข้าประเด็น
  • Pan / POV: เข้าใจง่าย ดูสนุก
  • Close-Up: ดึงดูดให้คนหยุดทันที

Tip:  คอนเทนต์ไวรัลควร “กระชับ” ไม่เกิน 30–60 วินาที และสื่อสารได้ใน 1 ช็อต

เทคนิคถ่ายวิดีโอให้ดูมืออาชีพ (แม้เป็นมือใหม่)

การเริ่มต้นถ่ายวิดีโอให้ได้คุณภาพ ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ราคาแพงเสมอไป เพียงแค่มีความเข้าใจพื้นฐาน และรู้เทคนิคที่ถูกต้อง ก็สามารถสร้างวิดีโอให้ออกมาดูน่าสนใจ โดยเฉพาะในยุคที่วิดีโอคอนเทนต์ กลายเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารออนไลน์ ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ จะช่วยให้แม้แต่มือใหม่ ก็สามารถถ่ายวิดีโอได้อย่างโดดเด่น ซึ่งมีเทคนิคที่น่าสนใจ ดังนี้

  • วาง Storyboard ก่อนถ่าย

เทคนิคแรกที่ช่วยให้งานวิดีโอออกมาดี คือการวาง Storyboard หรือแผนภาพลำดับการถ่ายก่อนเริ่มถ่ายจริง เพราะจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของเรื่องราวที่ต้องการเล่าได้อย่างชัดเจน ลดความสับสนระหว่างการถ่าย และยังช่วยจัดลำดับฉาก มุมกล้อง และองค์ประกอบต่าง ๆ ได้ชัดเจน

  • จัดแสงให้ถูกต้อง

แสง สามารถสร้างบรรยากาศ เพิ่มมิติ และช่วยให้ภาพดูสวยสมจริงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายในสตูดิโอ หรือกลางแจ้ง ต่างก็มีเทคนิคการจัดแสงที่แตกต่างกันออกไป แต่หลักการสำคัญ คือการเลือกทิศทาง ความเข้ม และโทนสีของแสงให้เหมาะกับอารมณ์ของวิดีโอ 

โดยทั่วไปจะใช้อุปกรณ์จัดแสงคล้ายกัน เช่น ไฟ Key Light สำหรับให้แสงหลัก, Fill Light เพื่อเติมแสงเงาให้สมดุล และ Back Light เพื่อแยกตัวแบบออกจากฉากหลัง

  •  ใช้องค์ประกอบภาพ (Composition)

การจัดองค์ประกอบภาพให้สมดุล ช่วยให้วิดีโอดูมีความน่าสนใจ โดยใช้หลัก “Rule of Thirds” โดยแบ่งภาพออกเป็น 9 ช่อง และวางตัวแบบไว้บริเวณจุดตัดของเส้น จะช่วยให้ภาพดูสมดุล และมีมิติมากขึ้น

  • ใช้ขาตั้งกล้องหรือ Gimbal

แม้กล้องสมัยใหม่ จะมีระบบกันสั่นในระดับหนึ่ง ทางที่ที่ดีควรหาอุปกรณ์เสริมกันสั่นมาใช้ เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น หากต้องถ่ายวิดีโอที่ต้องเคลื่อนไหว เช่น การเดินตาม หรือหมุนรอบตัวแบบ ควรใช้ Gimbal เพื่อให้ภาพลื่นไหลขึ้น ส่วนวิดีโอที่ตั้งกล้องนิ่ง ควรใช้ขาตั้งกล้องช่วย เพื่อป้องกันภาพสั่น

  • ถ่ายหลายช็อตและเลือกที่ดีที่สุด

อย่าพึ่งพาการถ่ายเพียงครั้งเดียว เพราะการลองถ่ายหลายช็อตจากหลายมุม จะช่วยให้คุณมีทางเลือกมากขึ้นในขั้นตอนการตัดต่อ อาจลองเปลี่ยนองศากล้อง ระยะใกล้-ไกล หรือถ่ายจากด้านบน เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้วิดีโอดูน่าสนใจ ก่อนตัดสินใจเลือกช็อตที่ดีที่สุด

  • ตัดต่อให้กระชับ

สุดท้าย ขั้นตอนการตัดต่อให้กระชับ เป็นสิ่งที่ทำให้วิดีโอดูน่าติดตาม ควรตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก ลดช่วง Dead Air ที่ไม่มีเสียงหรือการเคลื่อนไหว เพื่อรักษาความสนใจของผู้ชมให้ต่อเนื่อง

สุดท้ายนี้ การถ่ายวิดีโอให้ดี ไม่ใช่แค่กด REC แต่คือการวางกลยุทธ์ การสร้างวิดีโอที่ทรงพลังไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์แพง หรือโปรแกรมตัดต่อราคาแพง แต่อยู่ที่การเข้าใจเป้าหมาย จากนั้นเลือกประเภทให้ถูกต้อง และใช้เทคนิคอย่างมีแผน เพียงทำครบ 3 ขั้นตอนนี้ วิดีโอของคุณจะไม่ใช่แค่สวย แต่ยังขายได้จริง และมีโอกาสติดอันดับ Top 3 บน Google ได้ไม่ยาก

อยากได้ VDO สวย ๆ Something in Common จัดให้ตามคำขอ

พวกเรา Something in Common พร้อมให้บริการรับทำวิดีโอ โฆษณาสินค้า และโฆษณาทุกรูปแบบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอโปรโมตสินค้า วิดีโอโฆษณาออนไลน์ หรือคอนเทนต์วิดีโอเพื่อการตลาด พวกเราพร้อมดูแลให้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การถ่ายทำโดยทีมช่างภาพมืออาชีพ การจัดเตรียมพร็อป การไดคัท ตัดต่อ รวมไปถึงการปรับแต่ง Material ทั้งหมดก่อนส่งมอบ เพื่อให้ผลงานทุกชิ้นที่คุณได้รับมีคุณภาพสูงสุด พร้อมใช้งานได้ทันที โดยคุณสามารถรับชมตัวอย่างผลงานจากการถ่ายทำวิดีโอสินค้ากลุ่มสกินแคร์ ของเราได้ที่ด้านล่างนี้

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหา เอเจนซีรับทำวิดีโอ โฆษณาสินค้า ขอแนะนำ Something in Common เพราะเราพร้อมสร้างสรรค์ผลงาน ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ และพร้อมนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ ที่ช่วยให้งานของคุณเป็นไวรัลในทุกแคมเปญ ในราคาเริ่มต้น 19,000 บาท หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่

Email: thesomethingincommon@gmail.com
Facebook Page: Something in Common
Instagram: @Somethingin_common
Tel: 081-686-6691

Scroll to Top
Address

SOMETHING [IN] COMMON
digital agency

Phone

081 - 686 - 6691

Email

thesomethingincommon@gmail.com

 Contact Us

Something In Common
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.