การทำโฆษณาวิดีโอ ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ และจำเป็นต่อการทำการตลาดในยุคปัจจุบัน โดยอ้างอิงจากสถิติของ HubSpot พบว่าวิดีโอช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่า วิดีโอคอนเทนต์ไม่ใช่เพียงแค่สื่อประกอบการขายเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือทรงพลังในการตลาด
ดังนั้น สำหรับใครที่อยากให้แบรนด์คุณโดดเด่นด้วยวิดีโอโฆษณาแบบมืออาชีพ ในบทความนี้ Something in Common ได้รวบรวมเทคนิคการทำวิดีโอโฆษณา (Video Ads) ให้ปัง และได้ผลจริงมาฝากกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของแบรนด์ หรือครีเอเตอร์มือใหม่ ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

ทำไมวิดีโอโฆษณา จึงสำคัญกับทุกธุรกิจ ?
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หากคุณต้องการสร้างแบรนด์ให้เติบโต และโดดเด่นในโลกออนไลน์ การทำวิดีโอคอนเทนต์หรือโฆษณา ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะวิดีโอสามารถช่วยสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ ได้เข้าถึงอารมณ์ และสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าสื่อรูปแบบอื่น ๆ โดยมีประโยชน์สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ดังนี้
- สร้างการจดจำแบรนด์ได้ดีกว่าภาพนิ่ง
วิดีโอ มีความสามารถในการถ่ายทอดทั้งภาพ เสียง และอารมณ์ได้อย่างครบถ้วน ทำให้ผู้ชมจดจำแบรนด์ของคุณได้ง่าย ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า วิดีโอช่วยเพิ่มการจดจำแบรนด์ได้มากกว่าภาพนิ่งถึง 60-70%
ดังนั้น หากคุณกำลังเริ่มต้นสร้างแบรนด์ หรือเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การใช้คอนเทนต์วิดีโอควบคู่กับสื่อการตลาดอื่น ๆ เช่น โพสต์บนโซเชียลมีเดีย หรือโฆษณาแบนเนอร์ จะช่วยเสริมพลังให้แคมเปญของคุณน่าจดจำยิ่งขึ้น
- เพิ่มอัตราการมีส่วนร่วม (Engagement Rate) เฉลี่ย 3 เท่า
คอนเทนต์วิดีโอมีแนวโน้มที่ จะดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ยาวนาน กว่าโพสต์ข้อความหรือภาพนิ่ง โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram และ TikTok ซึ่งอัลกอริทึมให้ความสำคัญกับวิดีโอมากขึ้น การลงคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอ จึงช่วยเพิ่มอัตราการกดไลก์ คอมเมนต์ และแชร์ ได้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่าโดยเฉลี่ย
- ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น
วิดีโอคอนเทนต์ สามารถอธิบายสินค้าได้ภายในไม่กี่วินาที โดยที่ผู้ชมไม่จำเป็นต้องอ่านข้อความยาว ๆ เพราะเพียงแค่เห็นภาพเคลื่อนไหว และฟังเสียงบรรยาย ก็สามารถเข้าใจคุณสมบัติ และประโยชน์ของสินค้าได้ทันที เมื่อผู้ชมเห็นภาพการใช้งานจริง หรือผลลัพธ์หลังใช้สินค้า จะส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วกว่าการสื่อสารด้วยวิธีอื่น
Quote “วิดีโอที่ดีไม่จำเป็นต้องยาว แต่อยู่ที่ว่าคุณทำให้ ‘คนดูรู้สึก’ อะไรใน 5 วินาทีแรกได้หรือเปล่า”
สำรวจ 4 ขั้นตอนสร้างวิดีโอโฆษณาให้มืออาชีพ
การสร้างรับทำวิดีโอคอนเทนต์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากเข้าใจขั้นตอน และมีการวางแผนที่ดี เพราะวิดีโอหนึ่งชิ้นที่ออกมาดูน่าสนใจ มักเกิดจากกระบวนการที่เป็นระบบตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
- Pre-Production
ขั้นตอนแรก เป็นการวางพื้นฐานให้วิดีโอออกมาสมบูรณ์ และตรงกับเป้าหมายที่ต้องการ โดยเริ่มจากการกำหนดแนวคิด (Concept) และ Mood & Tone ของงาน จากนั้นให้ ร่าง Storyboard เพื่อกำหนดลำดับภาพ และเรื่องราวที่จะเล่าในวิดีโอ ซึ่งจะช่วยให้ทีมถ่ายทำ และตัดต่อเข้าใจตรงกัน
สำหรับเครื่องมือช่วยวางแผน มีให้เลือกหลายแบบที่ใช้งานง่าย ทั้งสำหรับมือใหม่และมืออาชีพ เช่น Milanote สำหรับวางโครงสร้างไอเดียเป็นภาพรวม, Notion สำหรับจัดตารางงานและสคริปต์ และ Canva สำหรับออกแบบสตอรี่บอร์ด หรือสไลด์นำเสนอไอเดีย
- Production
ขั้นตอนต่อไป คือการถ่ายทำจริง ซึ่งถือเป็นช่วงที่ต้องใส่ใจเรื่อง คุณภาพของภาพและเสียง เพื่อให้วิดีโอดูน่าชมและดูเป็นมืออาชีพ ผู้เริ่มต้นสามารถใช้เพียงสมาร์ตโฟน ที่มีกล้องคุณภาพสูงก็เพียงพอ แต่หากต้องการความคมชัด และสีสันที่แม่นยำ ควรใช้กล้อง DSLR หรือ Mirrorless ซึ่งให้ภาพที่สวย และเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ในกรณีที่ต้องมีการเคลื่อนไหวของกล้อง ควรใช้ Gimbal เพื่อช่วยให้ภาพนิ่ง และไม่สั่นไหว
- Post-Production
หลังจากถ่ายทำเสร็จแล้ว ถัดมา คือการนำวิดีโอมาประกอบ และปรับแต่งให้สมบูรณ์ โดยอาจเพิ่มองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น เสียงประกอบ ซับไทเทิล เสียงพากย์ และโลโก้แบรนด์ สำหรับมือใหม่สามารถใช้โปรแกรมง่าย ๆ อย่าง CapCut ซึ่งเหมาะสำหรับวิดีโอสั้นที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok หรือ Reels แต่ถ้าต้องการผลิตวิดีโอยาว หรือมีงานตัดต่อซับซ้อน แนะนำใช้ Adobe Premiere Pro เพื่อควบคุมรายละเอียดได้มากกว่า
- Launch & Analyze
เมื่อวิดีโอเสร็จสมบูรณ์ ขั้นตอนสุดท้ายเป็นการเผยแพร่ผลงานลงบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ หลังจากโพสต์แล้ว ควรติดตาม และวัดผลประสิทธิภาพของวิดีโอ เช่น อัตราการคลิกเข้าชม (CTR) และอัตราการดูวิดีโอจนจบ (Completion Rate) เพื่อวิเคราะห์ แล้วนำข้อมูลไปปรับปรุงให้ดีขึ้นในการทำคอนเทนต์ครั้งต่อไป
ทั้งนี้ แนะนำให้ใช้เครื่องมือเฉพาะ แต่ละแพลตฟอร์มไปเลย เช่น Meta Business Suite สำหรับ Facebook และ Instagram หรือ TikTok Analytics สำหรับการวิเคราะห์คอนเทนต์บน TikTok
การใส่โลโก้แบรนด์ตอนต้นวิดีโอภายใน 3 วินาทีแรก จะเพิ่ม Brand Recall ได้เฉลี่ยถึง 30%
สำหรับเจ้าของแบรนด์ หรือผู้ประกอบการที่ต้องการผลักดันการตลาดให้เติบโตผ่านคอนเทนต์วิดีโอ Something in Common ทีม Production House พร้อมให้บริการรับทำวิดีโอคอนเทนต์แบบครบวงจร ที่ตอบโจทย์กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ทุกรูปแบบ เราช่วยออกแบบ และผลิตวิดีโอให้เหมาะสมกับทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, TikTok, YouTube หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee และ Lazada

เทคนิคสร้างวิดีโอคอนเทนต์ ให้ปังทุกแพลตฟอร์ม
การสร้างวิดีโอคอนเทนต์ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ไอเดีย หรือความสวยงามของภาพเท่านั้น แต่ยังต้องเข้าใจลักษณะของแต่ละแพลตฟอร์ม และพฤติกรรมของผู้ใช้งานด้วย เพราะผู้ชมรูปแบบการเสพคอนเทนต์ที่แตกต่างกัน ซึ่งมีเทคนิคการสร้างเนื้อหาให้เหมาะสมกับแพลตฟอร์มแต่ละประเภท ดังนี้
- Facebook & Instagram
Facebook และ Instagram เหมาะกับวิดีโอที่เน้นการเล่าเรื่องราว(Storytelling) และคำบรรยายอารมณ์ ความยาวคลิปประมาณ 30 – 60 วินาที โดยใช้คำบรรยาย (Caption) หรือซับไทเทิล เพื่อให้เข้าใจได้แม้ไม่เปิดเสียง พร้อมปรับสัดส่วนวิดีโอให้เหมาะสม เช่น 1:1 หรือ 4:5 ซึ่งเหมาะกับการแสดงผลบนมือถือ
- TikTok
TikTok เหมาะกับวิดีโอที่เปิดด้วย Hook โดน ๆ เพราะผู้ใช้มักใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีตัดสินใจว่าจะดูต่อหรือไม่ อีกทั้งความยาวคลิปประมาณ 15 – 45 วินาที เพื่อให้ดูจบง่าย พร้อมใช้ Subtitle เคลื่อนไหว และมีจังหวะเพลงชัดเจน หรือเสียงประกอบที่กำลังเป็นเทรนด์
- YouTube
YouTube เหมาะสำหรับวิดีโอรีวิว หรือ How-to ควรมีความยาวคลิปประมาณ 1-3 นาที หรือหากเป็น Long Form Content เช่น การรีวิวเชิงลึกหรือวิดีโอสัมภาษณ์ สามารถยาวเกิน 10 นาที ได้ แต่ต้องนำเทคนิคการตัดต่อแบบ Jump Cut เพื่อให้วิดีโอกระชับ ดูไม่ยืดเยื้อ และรักษาจังหวะการเล่าเรื่อง พร้อมใส่ Intro และ Outro เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์
- Shopee & Lazada
Shopee และ Lazada เหมาะสำหรับวิดีโอแนว Product Highlight หรือ Unboxing เพราะสามารถกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อทันที ทั้งนี้ ควรเน้นมุมกล้องที่เห็นสินค้าชัด แสงสวย และมีเสียงบรรยายสั้น ๆ ช่วยเสริมความเข้าใจ และมีความยาวคลิปไม่เกิน 30 วินาที เพื่อปิดการขายได้ง่ายขึ้น

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง ในการทำวิดีโอโฆษณาสินค้า และบริการ
การทำวิดีโอโฆษณา จำเป็นต้องใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนมักมองข้าม เพราะสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยไม่รู้ตัว เพื่อให้วิดีโอของคุณสื่อสารได้ตรงจุด และน่าจดจำ Something in Common ได้รวบรวมข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงไว้ ดังนี้
- เสียงเบา ภาพสั่น ไม่มีแสง
คุณภาพของเสียงและภาพมีผลต่อผู้ชม หากผู้ชมต้องเพ่งฟังเสียงที่เบาเกินไป หรือภาพสั่นจนดูไม่รู้เรื่อง จะทำให้ประสบการณ์รับชมแย่ลงทันที การตรวจสอบคุณภาพ ทั้งในขั้นตอน Production และ Post-Production จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ได้แก่ เสียงควรมีความชัดเจน ไม่แตกหรือเบาเกินไป, ภาพต้องมีความนิ่งและโฟกัสชัด และแสงควรบาลานซ์ให้เหมาะสม ไม่มืดหรือสว่างจนเกินไป เพราะอย่าลืมว่าผู้ชมส่วนใหญ่ มักตัดสินใจปิดวิดีโอในไม่กี่วินาทีแรก หากประสบการณ์การรับชมไม่ดี
- เนื้อหาไม่ชัดเจนว่าขายอะไร
วิดีโอโฆษณาที่ดีต้องเล่าเรื่องให้ชัดตั้งแต่ต้นคลิป ผู้ชมควรเข้าใจได้ทันทีว่าแบรนด์กำลังนำเสนอสินค้า หรือบริการอะไร และต้องการสื่อสารประเด็นใด หากเก็บประเด็นสำคัญไว้ท้ายคลิป ผู้ชมอาจเลื่อนผ่านไปก่อนที่จะรู้ด้วยซ้ำว่าคลิปนี้พูดถึงอะไร ซึ่งสำหรับคลิปสั้น ควรเปิดด้วยจุดขายหลักภายใน 3-5 วินาทีแรก ในส่วนคลิปยาว ควรมีฉากไฮไลต์ 15-30 วินาที ที่สรุปเนื้อหาสำคัญ เพื่อดึงดูดให้ผู้ชมดูต่อจนจบ
- ไม่มี CTA ตอนจบ
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่แบรนด์มักลืม คือการไม่ใส่ CTA (Call-to-Action) เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมทำบางอย่างหลังดูจบ แม้ผู้ชมจะยังไม่ซื้อในทันที แต่การกระตุ้นให้กด Favorite หรือใส่ตะกร้า ก็ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการปิดการขายในอนาคตได้เช่นกัน
- วิดีโอยาวเกิน 60 วินาที
ยุคนี้ผู้ชมคุ้นชินกับคอนเทนต์แบบ Short Form ที่กระชับและเข้าถึงง่าย การทำวิดีโอที่ยาวเกินไปอาจทำให้กดข้ามได้ง่าย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Reels หรือ Shorts หากจำเป็นต้องสร้างเนื้อหายาว ให้แบ่งเป็นหลายตอน (EP) และตั้งชื่อแต่ละตอนให้ชัดเจน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมติดตามต่อได้โดยไม่รู้สึกว่าเนื้อหายาวเกินไป
- ขาดการ Optimize ขนาดภาพ สำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม
อีกหนึ่งจุดที่หลายแบรนด์มักมองข้าม คือการปรับขนาด และอัตราส่วนของวิดีโอ ให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม ซึ่งการ Optimize ขนาดภาพและความละเอียดที่เหมาะสม จะช่วยให้วิดีโอแสดงผลได้เต็มหน้าจอโดยไม่ถูกครอบหรือตัดส่วนสำคัญออก นอกจากนี้ยังส่งผลต่ออัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์ม ทำให้มีโอกาสเข้าถึงผู้ชมมากขึ้น
The Something in Common เอเจนซีรับทำวิดีโอโปรโมตแบรนด์ของคุณ
ในยุคที่วิดีโอคอนเทนต์ คือหัวใจของการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค The Something in Common คือทีม Production House มืออาชีพ ที่พร้อมช่วยให้แบรนด์ของคุณสื่อสารอย่างทรงพลัง ผ่านวิดีโอที่ออกแบบมาอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน โดยเหตุผลที่แบรนด์มากมาย เลือกทำงานกับเรา มีดังนี้
- ทีม Production มืออาชีพ
The Something in Common มีทีมงานครบทุกสายงานแบบครบวงจร ทั้ง Content Creator, ทีมถ่ายทำ และทีม Post-Production ซึ่งแต่ละส่วนล้วนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งช่วยให้งานถ่ายทำมีคุณภาพดีที่สุด
- ทีมงานและการทำงานครบวงจร ตั้งแต่ปั้นคอนเซปต์ไปจนถึงโพสต์
การทำงานกับเรา ไม่ต้องกังวลเรื่องกระบวนการซับซ้อน เพราะเรามีบริการแบบครบวงจร (One-Stop Service) ตั้งแต่รับบรีฟ และวิเคราะห์แนวทางแบรนด์ วางคอนเซปต์และเขียนสคริปต์ ถ่ายทำด้วยทีมงานมืออาชีพและอุปกรณ์ทันสมัย ตัดต่อและปรับภาพเสียง พร้อมจัดเตรียมไฟล์วิดีโอที่เหมาะสมแต่ละแพลตฟอร์ม ทั้งหมดนี้ เพียงนำสินค้า และแนวคิดที่อยากสื่อสารมาให้เรา ทีมงานจะดูแลต่อจนถึงขั้นตอนสุดท้าย
- ผลงานมากกว่า 100 แบรนด์ชั้นนำ
The Something in Common ได้ร่วมงานกับ ทั้งแบรนด์ SME และแบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ มากกว่า 100 แบรนด์ ซึ่งแต่ละโปรเจกต์ล้วนถูกออกแบบให้สื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแรงให้กับแบรนด์ เรามีประสบการณ์ในการผลิตวิดีโอหลากหลายรูปแบบ เช่น วิดีโอโฆษณาโปรโมตสินค้า วิดีโอรีวิวผลิตภัณฑ์ และวิดีโอแคมเปญออนไลน์ โดยสามารถปรับรูปแบบคอนเทนต์ให้เหมาะกับสไตล์ของลูกค้าแต่ละแบรนด์ได้อย่างลงตัว และคอนเซปต์ไม่ซ้ำกัน
หากคุณกำลังมองหาทีม Production House รับทำวิดีโอคอนเทนต์ครบวงจร Something in Common รับทั้งถ่ายภาพ และผลิตวิดีโอโปรโมตอย่างมืออาชีพ อยากเริ่มวางแผนวิดีโอโฆษณาให้แบรนด์ของคุณวันนี้ คลิกที่ลิงก์เพื่อติดต่อ
Email: thesomethingincommon@gmail.com
Facebook Page: Something in Common
Instagram: @Somethingin_common
Tel: 081-686-6691