5 เทคนิคทำวิดีโอโฆษณาให้ปัง! โปรโมตแบรนด์อย่างมืออาชีพ

การทำโฆษณาวิดีโอ ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ และจำเป็นต่อการทำการตลาดในยุคปัจจุบัน โดยอ้างอิงจากสถิติของ HubSpot พบว่าวิดีโอช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่า วิดีโอคอนเทนต์ไม่ใช่เพียงแค่สื่อประกอบการขายเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือทรงพลังในการตลาด

ดังนั้น สำหรับใครที่อยากให้แบรนด์คุณโดดเด่นด้วยวิดีโอโฆษณาแบบมืออาชีพ ในบทความนี้ Something in Common ได้รวบรวมเทคนิคการทำวิดีโอโฆษณา (Video Ads) ให้ปัง และได้ผลจริงมาฝากกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของแบรนด์ หรือครีเอเตอร์มือใหม่ ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

วิดีโอโฆษณา

ทำไมวิดีโอโฆษณา จึงสำคัญกับทุกธุรกิจ ?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หากคุณต้องการสร้างแบรนด์ให้เติบโต และโดดเด่นในโลกออนไลน์ การทำวิดีโอคอนเทนต์หรือโฆษณา ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะวิดีโอสามารถช่วยสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ ได้เข้าถึงอารมณ์ และสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าสื่อรูปแบบอื่น ๆ โดยมีประโยชน์สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ดังนี้

  • สร้างการจดจำแบรนด์ได้ดีกว่าภาพนิ่ง

วิดีโอ มีความสามารถในการถ่ายทอดทั้งภาพ เสียง และอารมณ์ได้อย่างครบถ้วน ทำให้ผู้ชมจดจำแบรนด์ของคุณได้ง่าย ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า วิดีโอช่วยเพิ่มการจดจำแบรนด์ได้มากกว่าภาพนิ่งถึง 60-70% 

ดังนั้น หากคุณกำลังเริ่มต้นสร้างแบรนด์ หรือเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การใช้คอนเทนต์วิดีโอควบคู่กับสื่อการตลาดอื่น ๆ เช่น โพสต์บนโซเชียลมีเดีย หรือโฆษณาแบนเนอร์ จะช่วยเสริมพลังให้แคมเปญของคุณน่าจดจำยิ่งขึ้น

  • เพิ่มอัตราการมีส่วนร่วม (Engagement Rate) เฉลี่ย 3 เท่า

คอนเทนต์วิดีโอมีแนวโน้มที่ จะดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ยาวนาน กว่าโพสต์ข้อความหรือภาพนิ่ง โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram และ TikTok ซึ่งอัลกอริทึมให้ความสำคัญกับวิดีโอมากขึ้น การลงคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอ จึงช่วยเพิ่มอัตราการกดไลก์ คอมเมนต์ และแชร์ ได้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่าโดยเฉลี่ย

  • ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น

วิดีโอคอนเทนต์ สามารถอธิบายสินค้าได้ภายในไม่กี่วินาที โดยที่ผู้ชมไม่จำเป็นต้องอ่านข้อความยาว ๆ เพราะเพียงแค่เห็นภาพเคลื่อนไหว และฟังเสียงบรรยาย ก็สามารถเข้าใจคุณสมบัติ และประโยชน์ของสินค้าได้ทันที เมื่อผู้ชมเห็นภาพการใช้งานจริง หรือผลลัพธ์หลังใช้สินค้า จะส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วกว่าการสื่อสารด้วยวิธีอื่น

Quote “วิดีโอที่ดีไม่จำเป็นต้องยาว แต่อยู่ที่ว่าคุณทำให้ ‘คนดูรู้สึก’ อะไรใน 5 วินาทีแรกได้หรือเปล่า”

สำรวจ 4 ขั้นตอนสร้างวิดีโอโฆษณาให้มืออาชีพ

การสร้างรับทำวิดีโอคอนเทนต์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากเข้าใจขั้นตอน และมีการวางแผนที่ดี เพราะวิดีโอหนึ่งชิ้นที่ออกมาดูน่าสนใจ มักเกิดจากกระบวนการที่เป็นระบบตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. Pre-Production

ขั้นตอนแรก เป็นการวางพื้นฐานให้วิดีโอออกมาสมบูรณ์ และตรงกับเป้าหมายที่ต้องการ โดยเริ่มจากการกำหนดแนวคิด (Concept) และ Mood & Tone ของงาน จากนั้นให้ ร่าง Storyboard เพื่อกำหนดลำดับภาพ และเรื่องราวที่จะเล่าในวิดีโอ ซึ่งจะช่วยให้ทีมถ่ายทำ และตัดต่อเข้าใจตรงกัน

สำหรับเครื่องมือช่วยวางแผน มีให้เลือกหลายแบบที่ใช้งานง่าย ทั้งสำหรับมือใหม่และมืออาชีพ เช่น Milanote สำหรับวางโครงสร้างไอเดียเป็นภาพรวม, Notion สำหรับจัดตารางงานและสคริปต์ และ Canva สำหรับออกแบบสตอรี่บอร์ด หรือสไลด์นำเสนอไอเดีย

  1. Production

ขั้นตอนต่อไป คือการถ่ายทำจริง ซึ่งถือเป็นช่วงที่ต้องใส่ใจเรื่อง คุณภาพของภาพและเสียง เพื่อให้วิดีโอดูน่าชมและดูเป็นมืออาชีพ ผู้เริ่มต้นสามารถใช้เพียงสมาร์ตโฟน ที่มีกล้องคุณภาพสูงก็เพียงพอ แต่หากต้องการความคมชัด และสีสันที่แม่นยำ ควรใช้กล้อง DSLR หรือ Mirrorless ซึ่งให้ภาพที่สวย และเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า ในกรณีที่ต้องมีการเคลื่อนไหวของกล้อง ควรใช้ Gimbal เพื่อช่วยให้ภาพนิ่ง และไม่สั่นไหว 

  1. Post-Production

หลังจากถ่ายทำเสร็จแล้ว ถัดมา คือการนำวิดีโอมาประกอบ และปรับแต่งให้สมบูรณ์ โดยอาจเพิ่มองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น เสียงประกอบ ซับไทเทิล เสียงพากย์ และโลโก้แบรนด์ สำหรับมือใหม่สามารถใช้โปรแกรมง่าย ๆ อย่าง CapCut ซึ่งเหมาะสำหรับวิดีโอสั้นที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok หรือ Reels แต่ถ้าต้องการผลิตวิดีโอยาว หรือมีงานตัดต่อซับซ้อน แนะนำใช้ Adobe Premiere Pro เพื่อควบคุมรายละเอียดได้มากกว่า

  1. Launch & Analyze

เมื่อวิดีโอเสร็จสมบูรณ์ ขั้นตอนสุดท้ายเป็นการเผยแพร่ผลงานลงบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ หลังจากโพสต์แล้ว ควรติดตาม และวัดผลประสิทธิภาพของวิดีโอ เช่น อัตราการคลิกเข้าชม (CTR) และอัตราการดูวิดีโอจนจบ (Completion Rate) เพื่อวิเคราะห์ แล้วนำข้อมูลไปปรับปรุงให้ดีขึ้นในการทำคอนเทนต์ครั้งต่อไป

ทั้งนี้ แนะนำให้ใช้เครื่องมือเฉพาะ แต่ละแพลตฟอร์มไปเลย เช่น Meta Business Suite สำหรับ Facebook และ Instagram หรือ TikTok Analytics สำหรับการวิเคราะห์คอนเทนต์บน TikTok

การใส่โลโก้แบรนด์ตอนต้นวิดีโอภายใน 3 วินาทีแรก จะเพิ่ม Brand Recall ได้เฉลี่ยถึง 30%

สำหรับเจ้าของแบรนด์ หรือผู้ประกอบการที่ต้องการผลักดันการตลาดให้เติบโตผ่านคอนเทนต์วิดีโอ Something in Common ทีม Production House พร้อมให้บริการรับทำวิดีโอคอนเทนต์แบบครบวงจร ที่ตอบโจทย์กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ทุกรูปแบบ เราช่วยออกแบบ และผลิตวิดีโอให้เหมาะสมกับทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, TikTok, YouTube หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee และ Lazada

วิดีโอโฆษณา

เทคนิคสร้างวิดีโอคอนเทนต์ ให้ปังทุกแพลตฟอร์ม

การสร้างวิดีโอคอนเทนต์ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ไอเดีย หรือความสวยงามของภาพเท่านั้น แต่ยังต้องเข้าใจลักษณะของแต่ละแพลตฟอร์ม และพฤติกรรมของผู้ใช้งานด้วย เพราะผู้ชมรูปแบบการเสพคอนเทนต์ที่แตกต่างกัน ซึ่งมีเทคนิคการสร้างเนื้อหาให้เหมาะสมกับแพลตฟอร์มแต่ละประเภท ดังนี้

  • Facebook & Instagram

Facebook และ Instagram เหมาะกับวิดีโอที่เน้นการเล่าเรื่องราว(Storytelling) และคำบรรยายอารมณ์ ความยาวคลิปประมาณ 30 – 60 วินาที โดยใช้คำบรรยาย (Caption) หรือซับไทเทิล เพื่อให้เข้าใจได้แม้ไม่เปิดเสียง พร้อมปรับสัดส่วนวิดีโอให้เหมาะสม เช่น 1:1 หรือ 4:5 ซึ่งเหมาะกับการแสดงผลบนมือถือ

  • TikTok 

TikTok เหมาะกับวิดีโอที่เปิดด้วย Hook โดน ๆ เพราะผู้ใช้มักใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีตัดสินใจว่าจะดูต่อหรือไม่ อีกทั้งความยาวคลิปประมาณ 15 – 45 วินาที เพื่อให้ดูจบง่าย พร้อมใช้ Subtitle เคลื่อนไหว และมีจังหวะเพลงชัดเจน หรือเสียงประกอบที่กำลังเป็นเทรนด์

  • YouTube 

YouTube เหมาะสำหรับวิดีโอรีวิว หรือ How-to ควรมีความยาวคลิปประมาณ 1-3 นาที หรือหากเป็น Long Form Content เช่น การรีวิวเชิงลึกหรือวิดีโอสัมภาษณ์ สามารถยาวเกิน 10 นาที ได้ แต่ต้องนำเทคนิคการตัดต่อแบบ Jump Cut เพื่อให้วิดีโอกระชับ ดูไม่ยืดเยื้อ และรักษาจังหวะการเล่าเรื่อง พร้อมใส่ Intro และ Outro เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์

  • Shopee & Lazada 

Shopee และ Lazada เหมาะสำหรับวิดีโอแนว Product Highlight หรือ Unboxing เพราะสามารถกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อทันที ทั้งนี้ ควรเน้นมุมกล้องที่เห็นสินค้าชัด แสงสวย และมีเสียงบรรยายสั้น ๆ ช่วยเสริมความเข้าใจ และมีความยาวคลิปไม่เกิน 30 วินาที เพื่อปิดการขายได้ง่ายขึ้น

วิดีโอโฆษณา

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง ในการทำวิดีโอโฆษณาสินค้า และบริการ

การทำวิดีโอโฆษณา จำเป็นต้องใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนมักมองข้าม เพราะสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยไม่รู้ตัว เพื่อให้วิดีโอของคุณสื่อสารได้ตรงจุด และน่าจดจำ Something in Common ได้รวบรวมข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงไว้ ดังนี้

  • เสียงเบา ภาพสั่น ไม่มีแสง

คุณภาพของเสียงและภาพมีผลต่อผู้ชม หากผู้ชมต้องเพ่งฟังเสียงที่เบาเกินไป หรือภาพสั่นจนดูไม่รู้เรื่อง จะทำให้ประสบการณ์รับชมแย่ลงทันที การตรวจสอบคุณภาพ ทั้งในขั้นตอน Production และ Post-Production จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ได้แก่ เสียงควรมีความชัดเจน ไม่แตกหรือเบาเกินไป, ภาพต้องมีความนิ่งและโฟกัสชัด และแสงควรบาลานซ์ให้เหมาะสม ไม่มืดหรือสว่างจนเกินไป เพราะอย่าลืมว่าผู้ชมส่วนใหญ่ มักตัดสินใจปิดวิดีโอในไม่กี่วินาทีแรก หากประสบการณ์การรับชมไม่ดี

  • เนื้อหาไม่ชัดเจนว่าขายอะไร

วิดีโอโฆษณาที่ดีต้องเล่าเรื่องให้ชัดตั้งแต่ต้นคลิป ผู้ชมควรเข้าใจได้ทันทีว่าแบรนด์กำลังนำเสนอสินค้า หรือบริการอะไร และต้องการสื่อสารประเด็นใด หากเก็บประเด็นสำคัญไว้ท้ายคลิป ผู้ชมอาจเลื่อนผ่านไปก่อนที่จะรู้ด้วยซ้ำว่าคลิปนี้พูดถึงอะไร ซึ่งสำหรับคลิปสั้น ควรเปิดด้วยจุดขายหลักภายใน 3-5 วินาทีแรก ในส่วนคลิปยาว ควรมีฉากไฮไลต์ 15-30 วินาที ที่สรุปเนื้อหาสำคัญ เพื่อดึงดูดให้ผู้ชมดูต่อจนจบ

  • ไม่มี CTA ตอนจบ

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่แบรนด์มักลืม คือการไม่ใส่ CTA (Call-to-Action) เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมทำบางอย่างหลังดูจบ แม้ผู้ชมจะยังไม่ซื้อในทันที แต่การกระตุ้นให้กด Favorite หรือใส่ตะกร้า ก็ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการปิดการขายในอนาคตได้เช่นกัน

  • วิดีโอยาวเกิน 60 วินาที

ยุคนี้ผู้ชมคุ้นชินกับคอนเทนต์แบบ Short Form ที่กระชับและเข้าถึงง่าย การทำวิดีโอที่ยาวเกินไปอาจทำให้กดข้ามได้ง่าย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Reels หรือ Shorts หากจำเป็นต้องสร้างเนื้อหายาว ให้แบ่งเป็นหลายตอน (EP) และตั้งชื่อแต่ละตอนให้ชัดเจน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมติดตามต่อได้โดยไม่รู้สึกว่าเนื้อหายาวเกินไป

  • ขาดการ Optimize ขนาดภาพ สำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม

อีกหนึ่งจุดที่หลายแบรนด์มักมองข้าม คือการปรับขนาด และอัตราส่วนของวิดีโอ ให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม ซึ่งการ Optimize ขนาดภาพและความละเอียดที่เหมาะสม จะช่วยให้วิดีโอแสดงผลได้เต็มหน้าจอโดยไม่ถูกครอบหรือตัดส่วนสำคัญออก นอกจากนี้ยังส่งผลต่ออัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์ม ทำให้มีโอกาสเข้าถึงผู้ชมมากขึ้น

The Something in Common เอเจนซีรับทำวิดีโอโปรโมตแบรนด์ของคุณ

ในยุคที่วิดีโอคอนเทนต์ คือหัวใจของการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค The Something in Common คือทีม Production House มืออาชีพ ที่พร้อมช่วยให้แบรนด์ของคุณสื่อสารอย่างทรงพลัง ผ่านวิดีโอที่ออกแบบมาอย่างใส่ใจในทุกขั้นตอน โดยเหตุผลที่แบรนด์มากมาย เลือกทำงานกับเรา มีดังนี้

  • ทีม Production มืออาชีพ

The Something in Common มีทีมงานครบทุกสายงานแบบครบวงจร ทั้ง Content Creator, ทีมถ่ายทำ และทีม Post-Production ซึ่งแต่ละส่วนล้วนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งช่วยให้งานถ่ายทำมีคุณภาพดีที่สุด

  • ทีมงานและการทำงานครบวงจร ตั้งแต่ปั้นคอนเซปต์ไปจนถึงโพสต์

การทำงานกับเรา ไม่ต้องกังวลเรื่องกระบวนการซับซ้อน เพราะเรามีบริการแบบครบวงจร (One-Stop Service) ตั้งแต่รับบรีฟ และวิเคราะห์แนวทางแบรนด์ วางคอนเซปต์และเขียนสคริปต์ ถ่ายทำด้วยทีมงานมืออาชีพและอุปกรณ์ทันสมัย ตัดต่อและปรับภาพเสียง พร้อมจัดเตรียมไฟล์วิดีโอที่เหมาะสมแต่ละแพลตฟอร์ม ทั้งหมดนี้ เพียงนำสินค้า และแนวคิดที่อยากสื่อสารมาให้เรา ทีมงานจะดูแลต่อจนถึงขั้นตอนสุดท้าย

  • ผลงานมากกว่า 100 แบรนด์ชั้นนำ

The Something in Common ได้ร่วมงานกับ ทั้งแบรนด์ SME และแบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ มากกว่า 100 แบรนด์ ซึ่งแต่ละโปรเจกต์ล้วนถูกออกแบบให้สื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแรงให้กับแบรนด์ เรามีประสบการณ์ในการผลิตวิดีโอหลากหลายรูปแบบ เช่น วิดีโอโฆษณาโปรโมตสินค้า วิดีโอรีวิวผลิตภัณฑ์ และวิดีโอแคมเปญออนไลน์ โดยสามารถปรับรูปแบบคอนเทนต์ให้เหมาะกับสไตล์ของลูกค้าแต่ละแบรนด์ได้อย่างลงตัว และคอนเซปต์ไม่ซ้ำกัน

หากคุณกำลังมองหาทีม Production House รับทำวิดีโอคอนเทนต์ครบวงจร Something in Common รับทั้งถ่ายภาพ และผลิตวิดีโอโปรโมตอย่างมืออาชีพ อยากเริ่มวางแผนวิดีโอโฆษณาให้แบรนด์ของคุณวันนี้ คลิกที่ลิงก์เพื่อติดต่อ

Email: thesomethingincommon@gmail.com
Facebook Page: Something in Common
Instagram: @Somethingin_common
Tel: 081-686-6691

Scroll to Top
Address

SOMETHING [IN] COMMON
digital agency

Phone

081 - 686 - 6691

Email

thesomethingincommon@gmail.com

 Contact Us

Something In Common
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.